posted on 01 Aug 2009 19:27 by giggswalk in stock
วางแผนยาว ซื้อลงทุนระยะยาว ต้องถือยาว
อย่าเอาเหตุผลของระยะสั้นมาตัดสินการลงทุนระยะยาว
posted on 04 Jul 2009 08:40 by giggswalk in stock
1. ตามแนวโน้ม
ศึกษากราฟระยะยาว เริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์ กราฟ รายเดือน และรายสัปดาห์ ด้วยการดูย้อนหลังหลายปี
ด้วยการทำแบบนี้ จะทำให้มีมุมมอง ระยะยาว ต่อตลาดได้ดีขึ้น
ขณะที่ศึกษา กราฟระยะยาว จบแล้ว ควรศึกษา กราฟรายวัน และ กราฟ เทรดภายในวัน
การดูกราฟระยะสั้นเพียงอย่างเดียวอาจทำให้เกิดความเข้าใจที่ผิดได้ แม้ว่าคุณจะทำการซื้อขาย ในระยะที่สั้นมากๆก็ตาม
คุณจะซื้อขายหุ้นได้กำไรมากขึ้น ถ้าคุณซื้อขายในทิศทางเดียวกับ แนวโน้มระยะกลางและระยะยาว
2. พุ่งเป้าไปที่แนวโน้ม และ ไปกับมัน
ตัดสินแนวโน้มและ ซื้อขายตามแนวโน้มตลาด แนวโน้มตลาดแบ่งเป็น สามรูปแบบคือ ระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว
เริ่มแรก ควรที่จะใช้กราฟก่อนที่จะเทรด คุณต้องแน่ใจก่อนว่า คุณทำตามทิศทางเดียวกับในแนวโน้มตลาด
ซื้อ เมื่อ แนวโน้มขึ้น ขายเมื่อแนวโน้มลง
ถ้าคุณ เทรดในระยะกลาง ควรใช้กราฟ วัน และรายสัปดาห์
ถ้าคุณ เดย์เทรด ควรใช้กราฟ วัน และกราฟการซื้อขายภายในวัน
แต่ในแต่ละกรณี ควรใช้กราฟระยะยาวตัดสินแนวโน้ม และใช้ กราฟระยะสั้น ตัดสิน ช่วงจังหวะเวลาซื้อขาย
3.
หาจุดต่ำสุดและสูงสุดของมัน
หาระดับแนวต้านและแนวรับ
ตำแหน่งที่ดีสำหรับการซื้อคือซื้อไกล้กับ แนวรับ โดยที่ แนวรับนั้น ไกล้เคียงกับ จุดต่ำสุดของเดิม
ตำแหน่งที่ดีสำหรับการขายคือ ไกล้เคียงกับแนวต้าน (ตีความได้ว่าไม่ใช่แนวต้านพอดี) แนวต้านปรกติแล้วคือจุดสูงสุดเดิม
หลังจากผ่านแนวต้านไปได้ จะทำให้เกิดแนวรับใหม่ตรงจุดที่ผ่านไป หรือจะพูด อีกอย่างหนึ่งได้ว่า ราคาตรงแนวต้านที่ผ่านไป จะเป็น
ราคาต่ำสุดใหม่ (แนวรับในอนาคต)
ในอีกขณะที่ เมื่อแนวรับถูกทำลาย ราคาตรงตรงนั้นจะกลายเป็น จุดสูงสุดใหม่(แนวต้านในอนาคต)
4. เราจะมองย้อนหลังกลับไปอย่างไร
เราจะใช้การวัดเปอร์เซนต์ retracements
การที่ตลาดขึ้นหรือลง โดยปรกติจะเป็นสัดส่วนจาก แนวโน้มเดิม
กรุณาดูรูป retracements
ขยายความ แนวโน้มเดิม คือ ลง
ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแนวโน้ม กลับตัวเป็นขึ้น
เราสามารถ คาดการณ์ แนวต้าน 23.6 38.2% 50% 61.8% 100%
ในกรณีนี้ รีบาวที่ระดับ 23.6%
( คำแนะนำทางทฤษฏี
คุณสามารถวัด การเปลี่ยนแปลงได้จาก แนวโน้มที่เป็นอยู่ ใน รูปแบบของ % ง่ายๆ
50% retracements ในแนวโน้มหลัก ถือเป็นระดับปรกติ
ระดับน้อยที่สุด คือ 1 ใน สามของแนวโน้มหลัก
ระดับมากที่สุดคือ 2 ใน 3 ของแนวโน้มหลัก
retracementsแบบ Fibonacci ระดับ 38% และ 62% ก็น่าสนใจ ขณะที่เปลี่ยนเป็นแนวขึ้น
จุดซื้อควรเป็นระดับที่ 33-38%
)
5.ลากเส้น
วาดเส้นแนวโน้ม เส้นแนวโน้ม เป็นหนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุดและมี ประสิทธิภาพที่สุดในเครื่องมือแบบกราฟ สิ่งที่คุณต้องการคือ
เส้น ตรง 1 เส้น และ จุดสองจุดบน กราฟ เส้นแนวโน้มขึ้นลากจาก จุดต่ำสุด 2 จุด
เส้นแนวโน้มลง ลากจุดจุดสูงสุด 2 จุด ราคา มักจะถูกดึงกลับไปตามแนวโน้ม ก่อนที่จะไปตามแนวโน้มต่อไป
โดยการขึ้นลงผ่านเส้นแนวโน้มนั้นปรกติจะถือว่า เป็นการเปลี่นแนวโน้ม เส้นแนวโน้มที่ใช้ได้มักจะถูกทดสอบอย่างน้อยสามครั้ง
เส้นแนวโน้มระยะยาว จะมีประสิทธิภาพมาก และ ยิ่งจำนวนครั้งที่ ถูกทดสอบมีมากเท่าไหร่ ความสำคัญก็จะยิ่งมีมากขึ้น
6. ตามค่าเฉลี่ย
ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่จะให้ สัญญาณเป้าหมาย ซื้อและขาย ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่จะบอกคุณ
ว่า แนวโน้มยัง อยู่ ในแนวโน้มเดิม และช่วยในการทำให้แน่ใจ ถึงการเปลี่ยนแนวโน้ม
แม้ว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่จะไม่สามารถบอกคุณถึงอนาคตล่วงหน้าได้ อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแนวโน้มตามค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่
ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจ
การผสมผสานของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ สองค่า เป็นวิธีการ ที่เป็นที่นิยมมาก สำหรับใช้หา สัญญาณ ซื้อและสัญญาณขาย
การผสมผสานสัญญาณซื้อขายที่เป็นที่นิยมกันคือ 4 กับ 9 วัน , 9 กับ 18 วัน , 5 และ 20 วัน จะให้สัญญาณเมื่อ เส้นค่าเฉลี่ย
ระยะสั้นตัด ค่าเฉลี่ยระยะยาวกว่า
ตัวอย่างเช่น
ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 4 วัน(ระยะสั้น) ตัด เส้น ค่าเฉลี่ย 9 วัน (ระยะยาวกว่า)ขึ้น หมายถึงสัญญาณซื้อ
เมื่อราคาตัดสูงขึ้น(สัญญาณซื้อ)หรือต่ำกว่า(สัญญาณขาย)ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 40 วัน ถือว่า เป็นสัญญาณซื้อขายที่ดี
โดย
ที่ เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ จะ เป็นตัวชี้การเป็นไปตามแนวโน้ม,
ซึ่งวิธีการใช้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เหล่านี้จะดีที่สุดใน ตลาดที่มีแนวโน้ม
อย่างชัดเจน
7. เรียนรู้การเปลี่ยนแนวโน้ม
ตรวจดูเครื่องมือ oscillators ต่างๆ เครื่องมือ oscillators นั้นช่วยในการหา ตลาดที่เกิดภาวะซื้อมากเกินไป และ ตลาด
ที่เกิดภาวะขายมากเกินไป
ขณะที่ ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ ให้ความแน่ใจในการเปลี่ยนแนวโน้มตลาด
เครื่อง
มือ oscillators จะเป็นตัวบอกว่าตลาดจะ ขึ้นหรือลง มากขึ้น หรือ
จะกลับตัวในไม่ช้า ที่เป็นที่นิยมมากคือ Relative Strength Index (RSI)
and Stochastics ทั้งสองค่านี้เป็นที่นิยมใช้ในสเกล 0 ถึง 100
ค่า RSI ที่มีค่ามากกว่า 70 ถือว่าเป็นภาวะที่ซื้อมากเกินไป ขณะที่ ถ้าอ่านค่าได้ต่ำกว่า 30 ถือเป็นภาวะที่ขายมากเกินไป
การซื้อหรือขายมากเกินไป สำหรับ Stochastics คือ 80 และ 20
ผู้เล่นหุ้นส่วนใหญ่นิยมใช้ค่า 14 วัน หรือ สัปดาห์ สำหรับ stochastics และ 9 หรือ 14 วัน หรือ สัปดาห์ สำหรับ RSI
เมื่อตัว Oscillator เกิด divergences บ่อยครั้งที่จะแสดงถึงการเปลี่ยนแนวโน้ม เครื่องมือต่างๆเหล่านี้
ใช้ได้ดีสุดในตลาดที่ไม่มีแนวโน้ม สัญญาณรายสัปดาห์ จะใช้ กรอง สัญญาณ รายวัน สัญญาณรายวัน สามารถใช้ในการกรองสัญญาณ
ภายในระหว่างวัน
8. เรียนรู้ สัญญาณเตือน
Moving Average Convergence Divergence (MACD) เป็นการรวมระบบ การตัดกันของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่
ด้วย
การวัด ระดับ ภาวะ ซื้อเกินไป และขายเกินไปด้วย สัญญาณ
ซื้อจะเกิดขึ้นเมื่อ สัญญาณที่เร็วกว่าตัดสัญญาณที่ช้ากว่า และ
เส้นทั้งสองเส้นต่ำกว่า 0
สัญญาณขายคือ
สัญญาณที่ช้ากว่าตัดสัญญาณที่เร็วกว่า และ ค่าทั้งสองค่า มากกว่า 0
สัญญาณราย สัปดาห์ ถือว่ามีความสำคัญเหนือกว่า รายวัน
MACD histogram วาดความแตกต่างระหว่างสองเส้นและให้ การเตือนก่อนถึงการเปลี่ยนแนวโน้ม
มันถูกเรียกว่า histogram เนื่องจาก ระดับความสูงของแท่ง แสดงถึงความแตกต่างระหว่างสองเส้นบนกราฟ
9 มีแนวโน้ม หรือไม่มีแนวโน้ม
ใช้ ADX เส้น Average Directional Movement Index (ADX) ช่วยให้ตัดสินใจได้วา
ตลาดในขณะนั้นมีแนวโน้ม หรือ ไม่มีแนวโน้ม มันวัดถึงระดับการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มและ ทิศทางของตลาด
การเพิ่มขึ้นของเส้น ADX แนะนำถึง การมีแนวโน้มที่มากขึ้น
การลดลงของ ADX แนะนำถึงการ ที่ตลาดไม่มีแนวโน้ม
การเพิ่มของ ADX แสดงให้เห็นว่า ควรใช้ ค่า เฉลี่ยเคลื่อนที่เป็นตัวชี้วัด
การลดลงของ ADX แสดงให้เห็นว่า ควรใช้ค่า oscillators
ด้วยการ ลากทิศทางของเส้น ADX ผู้ซื้อขาย สามารถตัดสินใจ ระหว่าง สไตล์ในการซื้อขาย และ อะไรเป็นตัวชี้วัดที่เหมาะสมที่สุด
สำหรับภาวะในตลาดในขณะนั้น
10 เรียนรู้ถึง การสนับสนุนสัญญาณการซื้อขาย
สิ่งที่สนับสนุนสัญญาณการซื้อขายนั้นประกอบด้วย ปริมาณการซื้อขายรวม และ ปริมาณการซื้อขายขณะเปิดทำการ เป็นสิ่งที่ สนับสนุนสัญญาณ
การ
ซื้อขายในตลาดล่วงหน้า ปริมาณ การซื้อขายรวมมีความสำคัญมาก่อนราคา
ปริมาณการซื้อขายที่หนาแน่น จะทำให้เชื่อได้ว่า ชักจูงสู่แนวโน้ม
ในขณะที่อยู่ในแนวโน้มขาขึ้น ปริมาณการซื้อขายรวมควรมากขึ้น การเพิ่มขึ้นของปริมาณการซื้อขายขณะเปิด เป็นสิ่งที่สนับสนุน
ว่า เงินใหม่ได้เข้ามาสู่ ชักจูงเข้ามาสุ่แนวโน้ม การที่ปริมาณซื้อขายขณะเปิดลดลง บ่อยครั้งจะเป็นการเตือนว่า แนวโนมโน้มไกล้จบลง
ราคาที่อยู่ในแนวโน้มขาขึ้นควรมีทั้ง ปริมาณการซื้อขายรวมที่มากขึ้น และ ปริมาณการซื้อขายขณะเปิดทำการ
11. การศึกษาทางเทคนิคเป็นทักษะที่ทำให้ดีขึ้นด้วยประสบการณ์และการศึกษา ดังนั้นควรศึกษาและเรียนรู้ตลอดเวลา
posted on 24 Jun 2009 18:31 by giggswalk in stock
หุ้นมันมี swing อย่าขี้ขลาด cut เพราะแค่ตกแค่ 2-3 ช่อง
โดนไปหลายครั้งล่ะ สัปดาห์นี้ ตูมตาม ตก 2 ช่อง ขาย
แต่ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง มันก็ขึ้น 5-6 ช่อง
ยังไม่ถึง stop loss = อย่าขาย
posted on 22 Jun 2009 18:47 by giggswalk in stock
หลังสัปดาห์ก่อน ตลาดแดงทุกวัน จนผ่าแนวรับ EMA 25 วัน ปิดที่ 570
มีรีบาวน์วันศุกร์ ขึ้นมาปิดที่ 588 ทะลุแนวต้านสำคัญ เขียวชะอุ่มกันเลยทีเดียว
แต่แล้วคืนนั้น ดาวโจนแดง น้ำมันลง ค่าระวางเรือก็ลง....
เสาร์
อาทิตย์
ผ่านไป...
มาวันจันทร์ ในส่วนตัวคิดว่า จะขึ้นแรงหรือลงแรง วันนี้น่าจะบอกได้
คิดไว้ว่า ถ้าเปิด ฮั่งเส็ง(+350)และSET เขียว จะซื้อ GFPT ช่วงเช้า
และรอตลาดยุโรปยืนยัน จะซื้อ TTA TDEX SCC BBL เพิ่มเติม
แต่แล้ว....ด้วยอารมณ์ เห็นเปิดเขียว เลยซัดไปซะ TDEX GFPT TTA 3 หมื่นบาท
อีกไม่ถึง 2 นาที SET ก็ทิ้งดิ่ง แต่ด้วยวิชาที่ร่ำเรียนมา ผมยังไม่ขึ้น
รอมันผงึกหัวขึ้น ก็ซื้อเฉลี่ยเข้าไปอีก แต่ดั๊นมันเจือกลงต่อ พอมันขึ้นมาหน่อยก็ซื้อเฉลี่ยนขึ้น
ปิดเที่ยง SET พุ่งขึ้นมาปิดบวก และต่างชาติก็ซื้อสุทธิ 600ล้าน เลยอุ่นใจขึ้นมาเยอะ นึกว่าเดาทิศทางถูกแล้ว
เปิดตลาดบ่ายมา...พระเจ้า ยุโรปแดงเถือกทั้งทวีป ทำเอาฮั่งเส็งบวกน้อยลง จนเหลือ +100 กว่าจุด
SET ก็ทิ้งดิ่งอีกครั้ง จนปิดตลาดเลย ผมเลยต้อง cut TDEX ออกไทั้งหมด ขาดทุนไปเกือบ 300 บาท
คงเหลือ GFPT BBL TTA ไว้ราวๆ 1.5 หมื่น
สรุปวันนี้
1.วางแผนไว้แล้ว ต้องทำตามแผน
2.รอความแน่นอนจากทางยุโรปก่อน จะชัวร์กว่า
3.ฝรั่งซื้อสุทธิ เอาอะไรมากไม่ได้
ยอมซื้อแพง ดีกว่าติดดอย....
posted on 19 Jun 2009 21:13 by giggswalk in stock
หลังจากเข้าตลาดหุ้นรอบนี้ ก็ซื้อๆขายๆมาเรื่อย
กำไรนิด ขาดทุนหน่อย มาหนักก็วันจัทร์ที่ 15/6/2009 วันเริ่มร่วงนี้ และผมก็ล้างพอร์ตไปเลยวันแรก
คิดไม่ผิด หลังจากนั้นมันหลุดจาก 630 มาเป็น 600 แล้วก็หลุดแนวรับ 600 593 580 ในที่สุด 566
ฝรั่ง และกองขายเทกระจาด ส่วนรายย่อยก็แห่ซื้อกันมาก ที่ 566 นี่ ทะลุเส้น EMA 25 วันแล้ว
แต่วันนี้มันมีรีบาว เกือบจะเป็น กราฟ V
แรกทีเดียวก็คิดจะเข้าไปรับ 580 จะซื้อ TTA และ TDEX แต่เผอิญไปธนาคารกลับมา มันก็พุ่งไป 584 ซะแล้ว
เลยไม่กล้าเข้าไปรับกลัวเสี่ยง ในที่สุดก็ปิดตลาดที่ 588 พุ่งทะลุแนวต้านที่ 580 ได้
ตอนนี้ก็มานั่งคิดว่าเอ๊...เราตกรถหรือป่าว ทำไมเราไม่เข้า
เอเชียก็ปิดสวย ยุโรปก็เขียว แนวโน้มมันเหมือนจะขึ้น แต่ไม่มีเรา
สัปดาห์นี้ให้อะไรผมหลายอย่าง
1.ขาลงต้อง cut อย่าเสียดาย แล้วจะไม่เจ็บหนัก... อันนี้ผมตัดสินได้ถูก
2.ตอนขึ้น ต้องกล้าตัดสินใจ, อาจจะส่งกองหน้าไปก่อนซัก 10% ผมอาจจะพลาดอันนี้
ขาขึ้นก็น่าจะตามไปก่อน ถ้าไม่ขึ้นจริงก็ขาย ขาดทุนนิดหน่อย
อืม...อันนี้คงต้องฝึกประสบการณ์อีกเยอะ